ความรักของฉันสีอะไร?
ความรักของฉันสีอะไร?

และหลากหลายรูปแบบ 7เจ็ดสี มีทั้ง คงจะเป็นสีรุ้ง อาจเพราะไม่เคยสัมผัสรักที่แท้จริ ไม่เชื่อในความรัก การเดินทางของความรัก บทพิสูจน์รักแท้



โลกสอนให้เราเรียนรู้ว่า
อย่าเชื่อในสิ่งที่ยังไม่เห็น
อย่าเชื่อในสิ่งที่ยังไม่เคยได้สัมผัส
สิ่งที่ชั้นพบเจอกับตัวเองและเห็นจากคนอื่น
ทำไมทุกคนต้องเจ็บปวด?
อย่าหลอกตัวเองว่าไม่จริง ที่สุขก็เป็นการคิดเอาเองว่าตัวเองมีความสุข
ลองนึกดูสิว่าอีกฝ่ายหนึ่งเขาสุขกับเราด้วยหรือเปล่า.....แน่ใจเหรอ?
รัก คือการให้โดยไม่หวังผลตอบแทน จริงเหรอที่ไม่หวังอะไรเลย ถ้างั้น...
คุณเสียใจทำไม เวลาที่เขาไม่มาหา เพราะคุณหวังว่า...เขาจะมา
คุณเสียใจทำไม เวลาที่เขาห่างเหิน เพราะคุณหวังว่า...เขาจะเอาใจใส่
คุณเสียใจทำไม เวลาที่เขามีคนใหม่ เพราะคุณหวังว่า...เขาจะเป็นของคุณคนเดียว
คุณเสียใจทำไม เวลาที่เขาไม่รัก เพราะคุณหวังว่า...เขาจะรัก
เหล่านี้ไม่ใช่ผลตอบแทนที่คุณหวังแล้วไม่ได้มาหรอกหรือ
มีใครบ้างที่รักแล้ว ไม่ต้องการให้...เขามาดูแลเอาใจใส่
มีใครบ้างที่รักแล้ว ไม่ต้องการให้...เขามีแต่คุณคนเดียว
มีใครบ้างที่รักแล้ว ไม่ต้องการให้...เขารักคุณบ้างเลยสักนิด
"สักนิด" / "ขอเพียงแค่นั้น" / "เท่านี้ก็พอ" / "ชั้นไม่ต้องการอะไรมากไปกว่านี้"
เหล่านี้เป็นกำแพงที่เราสร้างขึ้น เพื่อยับยั้งความต้องการของเราเอง
การยับยั้งความต้องการ มันทรมานนะ คุณไม่รู้สึกเหรอ
มันเป็นความทรมานจากการห้ามความรู้สึกตัวเอง
หลอกตัวเองว่าอย่ารักมากไปกว่านี้เลย
ทั้งๆที่ความจริงก็รักไปแล้วหมดหัวใจ
รักและคิดถึง เมื่อรักแล้วก็ต้องคิดถึง
เวลาที่คิดถึง คุณมีความสุขหรือเปล่า
ความคิดถึงกับความโหยหา ต่างกันตรงไหน?
เวลาที่ชั้นคิดถึงใคร ชั้นแอบคิดเสมอว่าเขาจะคิดถึงชั้นอยู่บ้างไหม
หรือคุณไม่เคยคิด
ดีใจด้วยกับคนที่มีความสุขกับรักที่แท้จริง
และขอให้ความรักนั้นอยู่กับคุณตลอดไป
ชั้นก็ยังแอบหวังว่ามันจะยังมีอยู่จริงในโลกใบนี้
ตอนนี้ชั้นอาจจะมองโลกแคบ ชั้นอาจจะมองโลกเพียงด้านเดียว
หลายคนอาจไม่เห็นด้วยกับความคิดของชั้น ซึ่งก็ไม่ผิด
แต่ก็คงไม่แปลกที่ชั้นคิดแบบนี้
อย่างที่บอก ชั้นไม่เชื่อในสิ่งที่ชั้นยังไม่ได้สัมผัส
"ความรัก" เหมือนกาแฟ ขมแต่ก็อร่อย
"ความรัก" เหมือนกุหลาบ สวยงามแต่ก็ทำร้าย
"ความรัก" เหมือนสายลม พัดมาเย็นสบาย แล้วก็จากไป
"ความรัก" เหมือนเปลวเทียน สว่างไสว ร้อนแรงสุดท้ายก็ดับลง


โลกสอนให้เราเรียนรู้ว่า
อย่าเชื่อในสิ่งที่ยังไม่เห็น
อย่าเชื่อในสิ่งที่ยังไม่เคยได้สัมผัส
สิ่งที่ชั้นพบเจอกับตัวเองและเห็นจากคนอื่น
ทำไมทุกคนต้องเจ็บปวด?
อย่าหลอกตัวเองว่าไม่จริง ที่สุขก็เป็นการคิดเอาเองว่าตัวเองมีความสุข
ลองนึกดูสิว่าอีกฝ่ายหนึ่งเขาสุขกับเราด้วยหรือเปล่า.....แน่ใจเหรอ?
รัก คือการให้โดยไม่หวังผลตอบแทน จริงเหรอที่ไม่หวังอะไรเลย ถ้างั้น...
คุณเสียใจทำไม เวลาที่เขาไม่มาหา เพราะคุณหวังว่า...เขาจะมา
คุณเสียใจทำไม เวลาที่เขาห่างเหิน เพราะคุณหวังว่า...เขาจะเอาใจใส่
คุณเสียใจทำไม เวลาที่เขามีคนใหม่ เพราะคุณหวังว่า...เขาจะเป็นของคุณคนเดียว
คุณเสียใจทำไม เวลาที่เขาไม่รัก เพราะคุณหวังว่า...เขาจะรัก
เหล่านี้ไม่ใช่ผลตอบแทนที่คุณหวังแล้วไม่ได้มาหรอกหรือ
มีใครบ้างที่รักแล้ว ไม่ต้องการให้...เขามาดูแลเอาใจใส่
มีใครบ้างที่รักแล้ว ไม่ต้องการให้...เขามีแต่คุณคนเดียว
มีใครบ้างที่รักแล้ว ไม่ต้องการให้...เขารักคุณบ้างเลยสักนิด
"สักนิด" / "ขอเพียงแค่นั้น" / "เท่านี้ก็พอ" / "ชั้นไม่ต้องการอะไรมากไปกว่านี้"
เหล่านี้เป็นกำแพงที่เราสร้างขึ้น เพื่อยับยั้งความต้องการของเราเอง
การยับยั้งความต้องการ มันทรมานนะ คุณไม่รู้สึกเหรอ
มันเป็นความทรมานจากการห้ามความรู้สึกตัวเอง
หลอกตัวเองว่าอย่ารักมากไปกว่านี้เลย
ทั้งๆที่ความจริงก็รักไปแล้วหมดหัวใจ
รักและคิดถึง เมื่อรักแล้วก็ต้องคิดถึง
เวลาที่คิดถึง คุณมีความสุขหรือเปล่า
ความคิดถึงกับความโหยหา ต่างกันตรงไหน?
เวลาที่ชั้นคิดถึงใคร ชั้นแอบคิดเสมอว่าเขาจะคิดถึงชั้นอยู่บ้างไหม
หรือคุณไม่เคยคิด
ดีใจด้วยกับคนที่มีความสุขกับรักที่แท้จริง
และขอให้ความรักนั้นอยู่กับคุณตลอดไป
ชั้นก็ยังแอบหวังว่ามันจะยังมีอยู่จริงในโลกใบนี้
ตอนนี้ชั้นอาจจะมองโลกแคบ ชั้นอาจจะมองโลกเพียงด้านเดียว
หลายคนอาจไม่เห็นด้วยกับความคิดของชั้น ซึ่งก็ไม่ผิด
แต่ก็คงไม่แปลกที่ชั้นคิดแบบนี้
อย่างที่บอก ชั้นไม่เชื่อในสิ่งที่ชั้นยังไม่ได้สัมผัส
"ความรัก" เหมือนกาแฟ ขมแต่ก็อร่อย
"ความรัก" เหมือนกุหลาบ สวยงามแต่ก็ทำร้าย
"ความรัก" เหมือนสายลม พัดมาเย็นสบาย แล้วก็จากไป
"ความรัก" เหมือนเปลวเทียน สว่างไสว ร้อนแรงสุดท้ายก็ดับลง
“ความรัก” ของคนเรา ก็มีเท้าเดินเหมือนกัน
เมื่อแรกเริ่ม . . . ความรักก็เดินไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว
เพราะ . . . อยากจะถึงจุดหมายที่หวังไว้
คือ . . . ใครคนหนึ่งที่เรารู้สึกดีๆ ด้วย
เมื่อสมหวังแล้วความรักก็เดินไปเรื่อยๆ
. . . ไม่ต้องก้าวยาวและเร็ว
. . . เดินไปตามปกติและก้าวต่อไปเรื่อยๆ
. . . ในช่วงนี้ถ้าเดินเร็วไปอาจจะเจอหลุมและสะดุดได้
ก็คงจะต้องเดิน . . . อย่างระมัดระวัง
. . . และก้าวให้ได้จังหวะ . . . ที่เหมาะสม
แต่เมื่อถึงเวลา . . . ที่ความรักผิดหวังหรือจบลง
ความรัก . . . ก็จะเดินช้าลง
บางทีอาจจะช้า . . . ช้าจนเหมือนเราเดินถอยหลัง
เหมือนกับ . . . คนที่หกล้มแล้วขาเจ็บ
จะเดินไม่ถนัดนัก . . .
ต้องรอเวลาเพื่อรักษาให้แผล ที่เกิดจากการหกล้มหาย
แล้วค่อยก้าวเดินต่อไป . . . อย่างปกติ
ความรักก็มี step ในการก้าวเดินไปอย่างนี้เรื่อยๆ
ช้าบ้าง . . . เร็วบ้าง จนกว่าจะถึงวันหนึ่งที่เราได้เจอคนที่ใช่จริงๆ
วันนั้น . . . ความรักคงเดินต่อไปได้เรื่อยๆ
ถึงจะหกล้มบ้าง ตกหลุมบ้าง
แต่ . . . ก็ยังมีคนที่คอยประคอง คอยเดินไปด้วยกัน
ไม่ใช่หกล้มแล้ว . . . ต้องลุกเดินต่อด้วยตัวเองอีกต่อไป
เมื่อความรัก . . . ก้าวเดิน
เราจึงต้องก้าวตาม . . . อย่างระมัดระวัง
จะหกล้มบ้าง จะสะดุดบ้างก็ต้องพยายามลุกขึ้น
. . . และกลับมาเดินต่อไป ให้ได้ . . .


โลกสอนให้เราเรียนรู้ว่า
อย่าเชื่อในสิ่งที่ยังไม่เห็น
อย่าเชื่อในสิ่งที่ยังไม่เคยได้สัมผัส
สิ่งที่ชั้นพบเจอกับตัวเองและเห็นจากคนอื่น
ทำไมทุกคนต้องเจ็บปวด?
อย่าหลอกตัวเองว่าไม่จริง ที่สุขก็เป็นการคิดเอาเองว่าตัวเองมีความสุข
ลองนึกดูสิว่าอีกฝ่ายหนึ่งเขาสุขกับเราด้วยหรือเปล่า.....แน่ใจเหรอ?
รัก คือการให้โดยไม่หวังผลตอบแทน จริงเหรอที่ไม่หวังอะไรเลย ถ้างั้น...
คุณเสียใจทำไม เวลาที่เขาไม่มาหา เพราะคุณหวังว่า...เขาจะมา
คุณเสียใจทำไม เวลาที่เขาห่างเหิน เพราะคุณหวังว่า...เขาจะเอาใจใส่
คุณเสียใจทำไม เวลาที่เขามีคนใหม่ เพราะคุณหวังว่า...เขาจะเป็นของคุณคนเดียว
คุณเสียใจทำไม เวลาที่เขาไม่รัก เพราะคุณหวังว่า...เขาจะรัก
เหล่านี้ไม่ใช่ผลตอบแทนที่คุณหวังแล้วไม่ได้มาหรอกหรือ
มีใครบ้างที่รักแล้ว ไม่ต้องการให้...เขามาดูแลเอาใจใส่
มีใครบ้างที่รักแล้ว ไม่ต้องการให้...เขามีแต่คุณคนเดียว
มีใครบ้างที่รักแล้ว ไม่ต้องการให้...เขารักคุณบ้างเลยสักนิด
"สักนิด" / "ขอเพียงแค่นั้น" / "เท่านี้ก็พอ" / "ชั้นไม่ต้องการอะไรมากไปกว่านี้"
เหล่านี้เป็นกำแพงที่เราสร้างขึ้น เพื่อยับยั้งความต้องการของเราเอง
การยับยั้งความต้องการ มันทรมานนะ คุณไม่รู้สึกเหรอ
มันเป็นความทรมานจากการห้ามความรู้สึกตัวเอง
หลอกตัวเองว่าอย่ารักมากไปกว่านี้เลย
ทั้งๆที่ความจริงก็รักไปแล้วหมดหัวใจ
รักและคิดถึง เมื่อรักแล้วก็ต้องคิดถึง
เวลาที่คิดถึง คุณมีความสุขหรือเปล่า
ความคิดถึงกับความโหยหา ต่างกันตรงไหน?
เวลาที่ชั้นคิดถึงใคร ชั้นแอบคิดเสมอว่าเขาจะคิดถึงชั้นอยู่บ้างไหม
หรือคุณไม่เคยคิด
ดีใจด้วยกับคนที่มีความสุขกับรักที่แท้จริง
และขอให้ความรักนั้นอยู่กับคุณตลอดไป
ชั้นก็ยังแอบหวังว่ามันจะยังมีอยู่จริงในโลกใบนี้
ตอนนี้ชั้นอาจจะมองโลกแคบ ชั้นอาจจะมองโลกเพียงด้านเดียว
หลายคนอาจไม่เห็นด้วยกับความคิดของชั้น ซึ่งก็ไม่ผิด
แต่ก็คงไม่แปลกที่ชั้นคิดแบบนี้
อย่างที่บอก ชั้นไม่เชื่อในสิ่งที่ชั้นยังไม่ได้สัมผัส
"ความรัก" เหมือนกาแฟ ขมแต่ก็อร่อย
"ความรัก" เหมือนกุหลาบ สวยงามแต่ก็ทำร้าย
"ความรัก" เหมือนสายลม พัดมาเย็นสบาย แล้วก็จากไป
"ความรัก" เหมือนเปลวเทียน สว่างไสว ร้อนแรงสุดท้ายก็ดับลง
“ความรัก” ของคนเรา ก็มีเท้าเดินเหมือนกัน
เมื่อแรกเริ่ม . . . ความรักก็เดินไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว
เพราะ . . . อยากจะถึงจุดหมายที่หวังไว้
คือ . . . ใครคนหนึ่งที่เรารู้สึกดีๆ ด้วย
เมื่อสมหวังแล้วความรักก็เดินไปเรื่อยๆ
. . . ไม่ต้องก้าวยาวและเร็ว
. . . เดินไปตามปกติและก้าวต่อไปเรื่อยๆ
. . . ในช่วงนี้ถ้าเดินเร็วไปอาจจะเจอหลุมและสะดุดได้
ก็คงจะต้องเดิน . . . อย่างระมัดระวัง
. . . และก้าวให้ได้จังหวะ . . . ที่เหมาะสม
แต่เมื่อถึงเวลา . . . ที่ความรักผิดหวังหรือจบลง
ความรัก . . . ก็จะเดินช้าลง
บางทีอาจจะช้า . . . ช้าจนเหมือนเราเดินถอยหลัง
เหมือนกับ . . . คนที่หกล้มแล้วขาเจ็บ
จะเดินไม่ถนัดนัก . . .
ต้องรอเวลาเพื่อรักษาให้แผล ที่เกิดจากการหกล้มหาย
แล้วค่อยก้าวเดินต่อไป . . . อย่างปกติ
ความรักก็มี step ในการก้าวเดินไปอย่างนี้เรื่อยๆ
ช้าบ้าง . . . เร็วบ้าง จนกว่าจะถึงวันหนึ่งที่เราได้เจอคนที่ใช่จริงๆ
วันนั้น . . . ความรักคงเดินต่อไปได้เรื่อยๆ
ถึงจะหกล้มบ้าง ตกหลุมบ้าง
แต่ . . . ก็ยังมีคนที่คอยประคอง คอยเดินไปด้วยกัน
ไม่ใช่หกล้มแล้ว . . . ต้องลุกเดินต่อด้วยตัวเองอีกต่อไป
เมื่อความรัก . . . ก้าวเดิน
เราจึงต้องก้าวตาม . . . อย่างระมัดระวัง
จะหกล้มบ้าง จะสะดุดบ้างก็ต้องพยายามลุกขึ้น
. . . และกลับมาเดินต่อไป ให้ได้ . . .
บางคนก็ว่า... รักแท้ไม่เคยอาศัยอยู่บนโลกมนุษย์
บางคนก็ว่า... รักแท้คือรักที่กำลังรักอยู่ยามนี้
บางคนก็ว่า... รักแท้หาเอาได้ตามเตียงทุกเตียง
แต่มีนักจิตวิทยาได้ให้องค์ประกอบของรักแท้ สำหรับให้คนพิสูจน์ความรักหนนั้นของตนว่า มันเป็นรักแท้ขนานแท้ รักแท้แบบปลอมปน หรือรักที่ปลอมสนิท
1. ต้องมีความรู้สึกได้สัมผัสกับความสุขร่วมกับคนๆ นั้น
เมื่ออยู่ด้วยกันก็จะมีความสุขมาก ไม่เคยเบื่อที่มีเขาอยู่ใกล้ๆ และเมื่อยามที่เขาห่างไกล ไม่ได้เห็นหน้า ก็จะรู้สึกเหงาๆ และคิดถึง ไม่ใช่พอเขาหันหลังให้ ยังเห็นชายเสื้อแว้บๆ ก็แทบจะตีปีก กระโดดโลดเต้นดีใจ
2. ต้องให้ความเคารพนับถือคนๆ นั้น ถ้าจะรักใครสักคน
แล้วตั้งหน้าดูถูกไม่เคยให้ความเคารพในความเป็นเขา แล้วคนอื่นๆ จะเคารพคนๆ นั้นของเราได้อย่างไร และเราจะภูมิใจหรือ กับการที่ได้รักใคร่กับคนที่ใครๆ เขาดูถูก
3. ต้องรู้สึกว่าคนๆ นั้นเป็นที่พึ่งได้ เมื่อเกิดวิกฤตการณ์ขึ้นในชีวิต
ก็มั่นใจว่าเขาจะอยู่เคียงข้างเพื่อคอยช่วยเหลือ ไม่ใช่ว่าเรากำลังจะตกตึกอยู่รอมร่อ ก็ไม่ยื่นมือเข้ามาช่วยฉุด
4. ต้องเชื่อมั่นว่าถ้ามีปัญหาใดๆ เกิดขึ้นไม่ว่าจะรุนแรงแค่ไหน
สัมพันธภาพก็ยังคงดำเนินต่อไปเพราะคนเราย่อมผิดพลาดกันได้ ถ้ารู้จักอภัยกันมันก็อยู่กันทน..ไม่ใช่ผิดหนเดียวก็ถีบส่ง
5. ต้องเข้าถึงความต้องการอารมณ์และความรู้สึกของคนๆ นั้น
อย่างถ้ารู้ว่าชอบจะอยู่คนเดียวตามลำพังบ้าง ก็ควรเปิดโอกาสได้อยู่กับตัวเองด้วยความเต็มใจ ไม่ใช่เปิดโอกาสอย่างกระเง้ากระงอด
6. ต้องมีความรู้สึกต้องตาต้องใจในสรีระของคนๆ นั้น
ไม่ว่าจะต้องเสน่ห์ในความเป็นหญิงกำยำ หรือในความล้านจนขึ้นเงาวับบนหัวเขา มันก็มีส่วนในความรักเหมือนกัน
7. ต้องรู้สึกว่าเราสามารถจะพูดคุยกับคนๆ นั้นได้ทุกเรื่อง
อย่างเปิดอก สามารถที่จะขุดความรู้สึกส่วนลึกในหัวใจ ขึ้นมาพูดได้ ไม่ใช่ต้องปิดบังความรู้สึกส ่วนนั้นไว้ เพราะกลัวว่าถ้าพูดออกมาแล้ว เราจะอับอายหรือไม่ก็กลัวว่าเขาได้ยิน แล้วจะผงะหงายแล้วเดินหายไปจากชีวิต
8. ต้องรู้สึกว่าคนๆ นั้นเป็นของมีค่าในมือ ถ้าไม่มีเขาสักคน
ชีวิตของเราก็สูญของมีค่าไป
9. ต้องรู้สึกเต็มใจที่มีส่วนร่วมกับคนๆ นั้นในหลายๆ ด้าน
เป็นต้นว่าความคิดอารมณ์และเวลาแต่ไม่ใช่ร่วมกับเขาไปหมด จนเขาไม่เหลือความเป็นตัวของตัวเอง
10. ต้องรู้สึกอยากมีส่วนร่วมอยากรับฟังทุกอย่าง
ไม่ว่าสิ่งนั้นมันเป็นสิ่งที่ดีหรือเป็นสิ่งที่ทุกข์ ที่เรียกว่าร่วมทุกข์ร่วมสุข เพราะคนที่ต้องการแต่จะร่วมสุข นั่นหมายถึงว่าคุณไม่ได้มีรักแท้กับคนๆ นั้น
ถ้ามีครบทุกข้อดังที่กล่าวมา ให้ถือว่ากำลังมีรักแท้โดยสมบูรณ์... แต่ถ้าขาดไปสักข้อสองข้อ ก็ให้โมเมว่ายังเป็นรักแท้อยู่... แต่ถ้ามีเพียงหนึ่งหรือสองข้อในจำนวนทั้งหมดที่กล่าวมา... ก็จงอย่าพยายามหลอกตัวเองว่ารักนี้เป็นรักแท้...
เพราะไม่เช่นนั้นทั้งสิบคนที่คบอยู่จะเป็นรักแท้ไปหมด แล้วความรักของคุณขณะนี้ล่ะ เป็นรักแท้แบบไหน...


โลกสอนให้เราเรียนรู้ว่า
อย่าเชื่อในสิ่งที่ยังไม่เห็น
อย่าเชื่อในสิ่งที่ยังไม่เคยได้สัมผัส
สิ่งที่ชั้นพบเจอกับตัวเองและเห็นจากคนอื่น
ทำไมทุกคนต้องเจ็บปวด?
อย่าหลอกตัวเองว่าไม่จริง ที่สุขก็เป็นการคิดเอาเองว่าตัวเองมีความสุข
ลองนึกดูสิว่าอีกฝ่ายหนึ่งเขาสุขกับเราด้วยหรือเปล่า.....แน่ใจเหรอ?
รัก คือการให้โดยไม่หวังผลตอบแทน จริงเหรอที่ไม่หวังอะไรเลย ถ้างั้น...
คุณเสียใจทำไม เวลาที่เขาไม่มาหา เพราะคุณหวังว่า...เขาจะมา
คุณเสียใจทำไม เวลาที่เขาห่างเหิน เพราะคุณหวังว่า...เขาจะเอาใจใส่
คุณเสียใจทำไม เวลาที่เขามีคนใหม่ เพราะคุณหวังว่า...เขาจะเป็นของคุณคนเดียว
คุณเสียใจทำไม เวลาที่เขาไม่รัก เพราะคุณหวังว่า...เขาจะรัก
เหล่านี้ไม่ใช่ผลตอบแทนที่คุณหวังแล้วไม่ได้มาหรอกหรือ
มีใครบ้างที่รักแล้ว ไม่ต้องการให้...เขามาดูแลเอาใจใส่
มีใครบ้างที่รักแล้ว ไม่ต้องการให้...เขามีแต่คุณคนเดียว
มีใครบ้างที่รักแล้ว ไม่ต้องการให้...เขารักคุณบ้างเลยสักนิด
"สักนิด" / "ขอเพียงแค่นั้น" / "เท่านี้ก็พอ" / "ชั้นไม่ต้องการอะไรมากไปกว่านี้"
เหล่านี้เป็นกำแพงที่เราสร้างขึ้น เพื่อยับยั้งความต้องการของเราเอง
การยับยั้งความต้องการ มันทรมานนะ คุณไม่รู้สึกเหรอ
มันเป็นความทรมานจากการห้ามความรู้สึกตัวเอง
หลอกตัวเองว่าอย่ารักมากไปกว่านี้เลย
ทั้งๆที่ความจริงก็รักไปแล้วหมดหัวใจ
รักและคิดถึง เมื่อรักแล้วก็ต้องคิดถึง
เวลาที่คิดถึง คุณมีความสุขหรือเปล่า
ความคิดถึงกับความโหยหา ต่างกันตรงไหน?
เวลาที่ชั้นคิดถึงใคร ชั้นแอบคิดเสมอว่าเขาจะคิดถึงชั้นอยู่บ้างไหม
หรือคุณไม่เคยคิด
ดีใจด้วยกับคนที่มีความสุขกับรักที่แท้จริง
และขอให้ความรักนั้นอยู่กับคุณตลอดไป
ชั้นก็ยังแอบหวังว่ามันจะยังมีอยู่จริงในโลกใบนี้
ตอนนี้ชั้นอาจจะมองโลกแคบ ชั้นอาจจะมองโลกเพียงด้านเดียว
หลายคนอาจไม่เห็นด้วยกับความคิดของชั้น ซึ่งก็ไม่ผิด
แต่ก็คงไม่แปลกที่ชั้นคิดแบบนี้
อย่างที่บอก ชั้นไม่เชื่อในสิ่งที่ชั้นยังไม่ได้สัมผัส
"ความรัก" เหมือนกาแฟ ขมแต่ก็อร่อย
"ความรัก" เหมือนกุหลาบ สวยงามแต่ก็ทำร้าย
"ความรัก" เหมือนสายลม พัดมาเย็นสบาย แล้วก็จากไป
"ความรัก" เหมือนเปลวเทียน สว่างไสว ร้อนแรงสุดท้ายก็ดับลง
“ความรัก” ของคนเรา ก็มีเท้าเดินเหมือนกัน
เมื่อแรกเริ่ม . . . ความรักก็เดินไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว
เพราะ . . . อยากจะถึงจุดหมายที่หวังไว้
คือ . . . ใครคนหนึ่งที่เรารู้สึกดีๆ ด้วย
เมื่อสมหวังแล้วความรักก็เดินไปเรื่อยๆ
. . . ไม่ต้องก้าวยาวและเร็ว
. . . เดินไปตามปกติและก้าวต่อไปเรื่อยๆ
. . . ในช่วงนี้ถ้าเดินเร็วไปอาจจะเจอหลุมและสะดุดได้
ก็คงจะต้องเดิน . . . อย่างระมัดระวัง
. . . และก้าวให้ได้จังหวะ . . . ที่เหมาะสม
แต่เมื่อถึงเวลา . . . ที่ความรักผิดหวังหรือจบลง
ความรัก . . . ก็จะเดินช้าลง
บางทีอาจจะช้า . . . ช้าจนเหมือนเราเดินถอยหลัง
เหมือนกับ . . . คนที่หกล้มแล้วขาเจ็บ
จะเดินไม่ถนัดนัก . . .
ต้องรอเวลาเพื่อรักษาให้แผล ที่เกิดจากการหกล้มหาย
แล้วค่อยก้าวเดินต่อไป . . . อย่างปกติ
&n